พืชไม้ยอดฮิตของไทยที่เป็นประโยชน์กว่าที่คุณคิด

ปิดความเห็น บน พืชไม้ยอดฮิตของไทยที่เป็นประโยชน์กว่าที่คุณคิด

ดอกบัว นับว่าเป็นดอกไม้ที่อยู่คู่กับคนประเทศไทยมาเป็นเวลายาวนาน โดยเป็นดอกไม้ประจำพุทธรวมทั้งเป็นเครื่องหมายของความดีอีกด้วย

แต่ว่านอกจากคุณประโยชน์เพื่อประกอบพิธีบาปทางศาสนาแล้ว คุณทราบไหมว่า บัวนั้นยังเป็นประโยชน์รวมทั้งคุณประโยชน์ต่อร่างกายอีกเยอะมากอีกด้วย

รูปแบบของบัว
บัว เป็นพืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำล้มลุกซึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษที่แพร่หลายอยู่ 2 ชื่อหมายถึงLotus และก็ Waterlily และก็ยังได้รับสมญานามว่าเป็น “ราชินีที่ไม้น้ำ” อีกด้วย

บัวจัดเป็นพืชที่อยู่ในสกุลบัวสาย (Nymphaeaceae) มีลักษณะเป็นไม้ล้มลุกยกสูงเหนือน้ำที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีลักษณะใบเป็นใบโดดเดี่ยวทรงกลม ก้านใบยาวเป็นสีเขียวอ่อน ผิวข้างบนมันลื่น ส่วนข้างล่างมีขนนุ่ม แต่ว่าบางสายพันธุ์ก็ไม่มีขน

ดอกบัวจะเป็นดอกลำพัง เมื่อบานแล้วจะมีทรงเหมือนร่ม มีกลีบเลี้ยงทั้งปวง 4 กลีบ ลักษณะเป็นรูปปลายหอกแคบหลายชั้นทับกัน ส่วนตัวกลีบดอกไม้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน มีชีวิตชีวานานับประการตามสายพันธุ์ ยกตัวอย่างเช่น สีชมพู สีม่วง สีขาว สีม่วง สีน้ำเงิน

สายพันธุ์ของบัวในประเทศไทย
สายพันธุ์บัวที่ในประเทศไทยนิยมเลี้ยงกัน มีอยู่สำคัญๆทั้งหมดทั้งปวง 3 สายพันธุ์ เช่น

1. บัวหลวง
บัวหลวง (Lotus) มีชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ว่า “Nelumbo nucifera Gaertn.” หรือที่มีชื่อสวยงามว่า “อุบลชาติ” มีบ้านเกิดเมืองนอนอยู่ในประเทศเขตร้อนและก็อบอุ่น

คุณลักษณะเด่นของบัวหลวง มีดังต่อแต่นี้ไป

ส่วนเหง้าแล้วก็ไหลอยู่ใต้ดิน มีลักษณะเป็นข้อยาวสีเหลืองอ่อน
ก้านดอกแล้วก็ก้านใบยกเหนือน้ำ มีเปลือกแข็งสีเขียวอ่อนรวมทั้งมีหนามติดอยู่อีกทั้งก้าน
ใบบัวเป็นใบโดดเดี่ยวรูปโล่ ส่วนรูปใบมีลักษณะกลม ข้างบนมี “มวนโคนงเกลือ” ซึ่งเป็นสารมีลักษณะเหมือนขี้ผึ้งฉาบไว้ ทำให้น้ำไม่เกาะตัวใบบัว
สีกลีบของดอกบัวหลวงที่พบได้ทั่วไปๆเป็นต้นว่า สีขาวและก็สีชมพู มีกลิ่นหอมสดชื่น มักเริ่มบานในช่วงเวลาเช้า
มีทรงดอกเป็นดอกแหลม
เป็นจำพวกดอกบัวซึ่งสามารถยกขึ้นเหนือนำได้ถึง 2 เมตร
ประเภทของบัวหลวงที่แพร่หลายในประเทศไทยจะมีอยู่ 4 ชนิดตัวอย่างเช่น บัวแหลมแดง บัวแหลมขาว บัวฉัตรแดง บัวฉัตรขาว

2. บัวสาย
บัวสาย (Waterlily) มีชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ว่า “Nymphaea lotus Linn.” บัวสายมีหลายชื่อเรียกที่ผิดแผกแตกต่างไปตามภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือเรียก ป้านแดง ภาคกึ่งกลางเรียก บัวขม หรือ บัวรับประทานสาย

บัวสายมีลักษณะเด่นดังตั้งแต่นี้ต่อไป

ใบมีลักษณะกลม มีขอบหยักรวมทั้งแหลมถี่เรียงกัน
ผิวใบเป็นปุ่มๆป่ำๆ ตัวฐานเปิด เส้นผ่าศูนย์กลางโดยประมาณ 25-30 ซม.
ดอกยกพ้นจากผิวน้ำ เจอได้หลากสีอีกทั้งสีชมพูเข้ม ชมพูอ่อน ขาว แดง
เป็นสายพันธุ์ดอกบัวที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี
ดอกบัวสายจะมีทั้งยังแบบบานในตอนกลางวัน (Tropical day blooming) รู้จักกันในชื่อ บัวผัน หรือ บัวเผื่อน โดยดอกจะบานในช่วงเวลากลางวัน และก็จะหุบในช่วงเวลาเย็น มีอีกทั้งสีส้ม แดง เหลือง ขาว ชมพู ม่วงแดง สีฟ้าคราม สีเหลือง

กับอีกแบบเป็น ดอกบัวสายที่บานในค่ำคืน (Tropical night blooming) ซึ่งดอกจะบานเต็มกำลังในช่วงเวลากลางคืน แล้วก็หุบในเวลาสายของวันใหม่ พบบ่อยเป็นดอกสีแดง ขาว ชมพู

3. บัวฝรั่ง
บัวฝรั่ง (Hardy water-lily) ชื่อเรียกนี้ได้มาจากถิ่นเกิดที่มักอยู่ในเขตอากาศหนาว มีหิมะตก ชอบเติบโตใด้ดีในอุณหภูมิน้ำราวๆ 20-30 องศาเซลเซียส มีลักษณะเด่นดังตั้งแต่นี้ต่อไป

ลักษณะใบเป็นวงกลมแผ่นดก ขอบของใบเรียบ ข้างบนมีผิวมีลักษณะเป็นเงา สีเขียวสด
มีขนงอกทั้งยังก้านดอกแล้วก็ก้านใบ ตัวก้านมีขนาดอวบ
ดอกพ้นจากน้ำเพียงแค่เล็กๆน้อยๆ มักบานเต็มกำลังในตอนเวลาบ่ายแล้วก็เย็น
อาจมีกลิ่นหอมยวนใจไหมหอม ขึ้นกับสายพันธุ์
บัวฝรั่งสามารถเจอได้หลากสี อีกทั้งสีชมพูอมส้ม สีชมพู สีขาว สีเหลือง สีแดง

นอกจากบัวอีกทั้ง 3 สกุลที่กล่าวไป ยังมีบัวต้องมายากลนี ซึ่งเป็นบัวที่มีบ้านเกิดมาจากเมืองไทย รวมทั้งบัวกระด้ง หรืออีกชื่อเป็น บัววิกตอเรีย (Victoria waterlily) เป็นบัวที่ถิ่นเกิดอยู่ที่ทวีปอเมริกาใต้ และก็เป็นที่นิยมสำหรับในการปลูกเลี้ยงในประเทศไทยเหมือนกัน

ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจเคยได้เห็นบัวกระด้งผ่านตามาบ้างจากตัวใบที่มีขนาดใหญ่สูงถึง 6 ฟุต รอบๆขอบของใบจะเอาขึ้นมีลักษณะเหมือนกระด้ง

ใบบัวกระด้งบางจำพวกคนสามารถขึ้นไปยืนหรือนั่งได้ด้วย ทำให้มีสวนหรือบ่อน้ำบางที่ใช้คุณลักษณะเด่นนี้ของบัวกระด้งที่ปลูกไว้เป็นสถานที่เที่ยว